เว็บบอร์ดโพสฟรี ฝากขายฟรี โฆษณาออนไลน์ฟรี
หมวดหมู่ทั่วไป => ลงประกาศฟรี โพสโฆษณา ประชาสัมพันธ์ฟรี ประกาศขายของ => ข้อความที่เริ่มโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 3 กรกฎาคม 2025, 13:56:58 น.
-
หมอประจำบ้าน: อาเจียนในเด็ก (https://doctorathome.com)
การอาเจียนในเด็กเป็นอาการที่พบบ่อยและมักสร้างความกังวลให้คุณพ่อคุณแม่ได้มากค่ะ อาเจียนคือการที่อาหารหรือของเหลวจากกระเพาะอาหารถูกขับออกมาทางปากอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นกลไกป้องกันของร่างกายที่พยายามขับสิ่งที่ผิดปกติออกไป
สาเหตุของการอาเจียนในเด็ก
สาเหตุของการอาเจียนในเด็กมีได้หลากหลาย ตั้งแต่ไม่รุนแรงไปจนถึงรุนแรงที่ต้องพบแพทย์ทันที:
การติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร (Gastroenteritis หรือ "ลำไส้อักเสบ"):
เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด มักเกิดจากเชื้อไวรัส (เช่น โนโรไวรัส โรตาไวรัส) หรือแบคทีเรีย
มักมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ถ่ายเหลว ปวดท้อง มีไข้ อ่อนเพลีย
การติดเชื้ออื่น ๆ นอกระบบทางเดินอาหาร:
ไข้หวัดใหญ่ หรือหวัดทั่วไป: โดยเฉพาะในเด็กเล็ก อาจมีอาการอาเจียนเมื่อมีไข้สูง หรือเมื่อมีเสมหะลงคอ
ทอนซิลอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ: การติดเชื้อเหล่านี้อาจกระตุ้นให้เกิดอาการอาเจียนได้
การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ (UTI): ในเด็กเล็กอาจมีอาการอาเจียนร่วมกับไข้ได้
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis): เป็นภาวะที่รุนแรง อาเจียนมักพุ่ง ร่วมกับไข้สูง คอแข็ง ซึมลง
อาหารและยา:
อาหารเป็นพิษ: เกิดจากการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรคหรือสารพิษ มักมีอาการอาเจียนรุนแรงและปวดท้องตามมา
แพ้อาหาร: เด็กบางคนอาจมีอาการอาเจียนเมื่อได้รับประทานอาหารที่แพ้
รับประทานอาหารมากเกินไป หรือเร็วเกินไป: โดยเฉพาะในเด็กเล็ก
ยาบางชนิด: ผลข้างเคียงจากยาปฏิชีวนะบางชนิด หรือยาอื่นๆ
ปัญหาในช่องท้องหรือระบบย่อยอาหาร:
กรดไหลย้อน (GERD): โดยเฉพาะในทารกหรือเด็กเล็ก
ภาวะลำไส้กลืนกัน (Intussusception): เป็นภาวะฉุกเฉินที่พบบ่อยในเด็กเล็ก มีอาการปวดท้องรุนแรงเป็นพักๆ อาเจียน ซึม และอุจจาระปนเลือดเหมือนเยลลี่
ลำไส้อุดตัน: เกิดจากสาเหตุต่างๆ อาจมีอาการอาเจียน น้ำดีหรือน้ำดีปนเลือด
ไส้ติ่งอักเสบ: เริ่มจากปวดรอบสะดือแล้วย้ายมาปวดท้องน้อยด้านขวา อาเจียน ไข้
ภาวะอื่น ๆ:
เมาพาหนะ (Motion Sickness): เมื่อเดินทางโดยรถยนต์ เรือ หรือเครื่องบิน
การไออย่างรุนแรง: การไอมากๆ อาจกระตุ้นให้เกิดการอาเจียนได้
ได้รับสารพิษ: การรับประทานสารเคมีหรือยาอันตราย
ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia): ในเด็กที่เป็นเบาหวาน
การกระแทกที่ศีรษะ (Concussion): อาเจียนหลังศีรษะได้รับการกระแทก อาจบ่งบอกถึงการบาดเจ็บที่สมอง
การดูแลเบื้องต้นเมื่อเด็กอาเจียน
เมื่อเด็กอาเจียน สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันภาวะขาดน้ำ และประเมินความรุนแรงของอาการ:
ประเมินภาวะขาดน้ำ: สังเกตอาการ เช่น
ปากแห้ง กระหายน้ำ
ร้องไห้ไม่มีน้ำตา
ปัสสาวะน้อยลงหรือไม่ปัสสาวะนานกว่า 6-8 ชั่วโมง
อ่อนเพลีย ซึมลง หรือกระสับกระส่าย
ผิวหนังไม่ยืดหยุ่น (เมื่อบีบแล้วคลายช้า)
กระหม่อมบุ๋ม (ในทารก)
ให้จิบน้ำหรือสารละลายเกลือแร่ (ORS):
สำคัญมาก! รอให้เด็กหยุดอาเจียนประมาณ 15-30 นาที
เริ่มให้จิบน้ำเปล่า หรือสารละลายเกลือแร่ (ORS) ทีละน้อย บ่อยๆ เช่น 1-2 ช้อนชา ทุก 5-10 นาที
ไม่ควรให้ดื่มทีละมากๆ เพราะจะกระตุ้นให้อาเจียนซ้ำ
หลีกเลี่ยงน้ำผลไม้ น้ำอัดลม หรือนม เพราะอาจทำให้อาเจียนหรือท้องเสียมากขึ้น
งดอาหารแข็งชั่วคราว:
ในช่วงที่อาเจียนบ่อย ควรงดอาหารแข็งก่อน เพื่อให้กระเพาะอาหารได้พัก
เมื่ออาการอาเจียนดีขึ้น ให้เริ่มอาหารอ่อนๆ ที่ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ซุปกล้วย ขนมปังปิ้ง หรืออาหารที่เรียกว่า "BRAT diet" (กล้วย ข้าว ซอสแอปเปิล ขนมปังปิ้ง) แต่ไม่ควรให้ทานแค่ 4 อย่างนี้ ควรทานอาหารอื่นๆ เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วน
สังเกตลักษณะของอาเจียน:
สี: เขียว เหลือง (น้ำดี) หรือมีเลือดปน (สีแดงสด หรือสีคล้ายกากกาแฟ)
ลักษณะ: พุ่ง หรือไหล
ความถี่
เมื่อไหร่ที่ควรรีบไปพบแพทย์
ควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์ทันที หากมีอาการดังต่อไปนี้:
มีภาวะขาดน้ำรุนแรง: ปากแห้งมาก ซึมมาก ไม่ปัสสาวะนานเกิน 8-12 ชั่วโมง
อาเจียนพุ่งรุนแรงและบ่อยครั้ง: โดยเฉพาะในเด็กทารก
อาเจียนมีเลือดปน: ทั้งสีแดงสด หรือสีคล้ายกากกาแฟ
อาเจียนมีสีเขียว หรือเหลืองเข้มคล้ายน้ำดี: อาจบ่งบอกถึงภาวะลำไส้อุดตัน
อาเจียนร่วมกับปวดท้องรุนแรง: โดยเฉพาะปวดท้องน้อยด้านขวา หรือปวดบิดเป็นพักๆ
อาเจียนร่วมกับไข้สูง: โดยเฉพาะในเด็กเล็ก หรือมีอาการซึมลง คอแข็ง
อาเจียนหลังจากการบาดเจ็บที่ศีรษะ
อาเจียนร่วมกับผื่น จุดเลือดออกตามตัว
เด็กซึมลงมาก ไม่ตอบสนอง หรือชัก
อาเจียนต่อเนื่องนานเกิน 24 ชั่วโมงในเด็กเล็ก หรือนานเกิน 48 ชั่วโมงในเด็กโต
เด็กเล็กอายุน้อยกว่า 3 เดือนอาเจียน ควรพบแพทย์เสมอ
การอาเจียนในเด็กส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อที่ไม่รุนแรงและสามารถดูแลเบื้องต้นที่บ้านได้ แต่การสังเกตอาการและรู้สัญญาณเตือนเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กจะได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและปลอดภัยค่ะ