เว็บบอร์ดโพสฟรี ฝากขายฟรี โฆษณาออนไลน์ฟรี
หมวดหมู่ทั่วไป => ลงประกาศฟรี โพสโฆษณา ประชาสัมพันธ์ฟรี ประกาศขายของ => ข้อความที่เริ่มโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 10 มิถุนายน 2026, 23:51:01 น.
-
ข้อควรระวังและอาการผิดปกติขณะให้อาหารสายยาง (https://dseelin.co.th/)
การให้อาหารทางสายยางต้องอาศัยความระมัดระวังเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารอย่างปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาครับ
เพื่อให้เข้าใจง่าย ผมขอแบ่ง ข้อควรระวัง และ อาการผิดปกติที่ต้องเฝ้าระวัง ดังนี้ครับ
1. ข้อควรระวังระหว่างการให้อาหาร (ป้องกันไว้ก่อน)
จัดท่านั่งหรือหนุนศีรษะสูง: นี่คือข้อสำคัญที่สุด ผู้ป่วยต้องอยู่ในท่าศีรษะสูง 30–45 องศา ทั้งระหว่างให้อาหารและหลังให้อาหารเสร็จอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการไหลย้อนกลับของอาหารและการสำลักเข้าปอด
ตรวจสอบความสะอาด: มือผู้ดูแลต้องสะอาดเสมอ อุปกรณ์การให้อาหาร (กระบอกฉีดยาหรือถุงให้อาหาร) ต้องล้างให้สะอาดและผึ่งให้แห้งทุกครั้งหลังใช้
ความเร็วในการให้: ห้ามรีบดันอาหารเข้าเร็วเกินไป การให้อาหารแต่ละมื้อควรใช้เวลาประมาณ 15–30 นาที เพื่อป้องกันอาการคลื่นไส้ ท้องอืด หรือถ่ายเหลวจากการที่อาหารเข้าสู่กระเพาะเร็วเกินไป
อุณหภูมิอาหาร: อาหารควรเป็นอุณหภูมิห้อง ห้ามนำอาหารที่เย็นจัดจากตู้เย็นมาให้ทันที เพราะจะทำให้ผู้ป่วยปวดท้องหรือท้องเสียได้
ล้างสายหลังให้อาหารเสมอ: ต้องใช้น้ำสะอาด (ประมาณ 30–50 มล.) ฉีดล้างสายทุกครั้งหลังให้อาหารเสร็จ เพื่อป้องกันเศษอาหารค้างในสายซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและทำให้สายอุดตัน
2. อาการผิดปกติที่ "ต้องหยุดให้อาหารทันที"
หากในขณะที่กำลังให้อาหาร หรือหลังให้อาหารเสร็จ ผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ ให้หยุดการให้อาหารทันที และสังเกตอาการ:
อาการทางเดินหายใจ: ผู้ป่วยมีอาการไอ สำลัก หอบเหนื่อย หน้าเขียวคล้ำ หรือมีอาหารไหลย้อนออกมาทางจมูกหรือปาก (เสี่ยงต่อการสำลักเข้าปอด ซึ่งอันตรายมาก)
อาการคลื่นไส้อาเจียน: หากผู้ป่วยเริ่มมีอาการขย้อน หรืออาเจียนออกมา ให้หยุดทันทีและจัดท่านอนตะแคงเพื่อป้องกันการสำลัก
ท้องอืดตึงมาก: หากสัมผัสท้องผู้ป่วยแล้วพบว่าตึงเปรี๊ยะ หรือผู้ป่วยแสดงอาการอึดอัดหงุดหงิดจากการแน่นท้อง
อาการผิดปกติอื่นๆ: หากพบว่าผู้ป่วยมีอาการไข้สูง ซึมลงอย่างรวดเร็ว หรือถ่ายเป็นเลือด
3. อาการที่ควรแจ้งแพทย์หรือพยาบาล (เมื่อพบความผิดปกติของสาย)
นอกเหนือจากอาการข้างต้น หากพบปัญหาเกี่ยวกับตัวสายยาง ให้รีบติดต่อสถานพยาบาลหรือแพทย์เจ้าของไข้ครับ:
สายยางเลื่อนหลุดหรือขยับ: หากสังเกตเห็นว่าขีดที่ทำเครื่องหมายไว้ที่สาย (ตำแหน่งที่สายติดกับจมูกหรือปาก) เลื่อนออกมาผิดปกติ ห้ามดันกลับเองเพราะสายอาจไปอยู่ในหลอดลมได้
สายยางอุดตัน: หากพยายามฉีดน้ำล้างสายแล้วแต่ไม่สามารถผ่านไปได้ ห้ามใช้ลวดหรือวัตถุแข็งแยงสายเด็ดขาด เพราะจะทำให้สายทะลุหรือเกิดการบาดเจ็บในกระเพาะอาหาร ให้รีบนำผู้ป่วยไปพบแพทย์เพื่อเปลี่ยนสาย
การระคายเคือง: หากบริเวณรูจมูกหรือรอบปากที่สายยางผ่าน มีรอยแดง ผื่นคัน มีหนอง หรือมีแผลกดทับ
อาการท้องเสียรุนแรง: หากผู้ป่วยท้องเสียหลายครั้งหลังจากเริ่มให้อาหาร อาจเกิดจากอาหารปนเปื้อน หรือสูตรอาหารไม่เหมาะสม ต้องปรึกษาแพทย์เพื่อปรับสูตรอาหารครับ
คำแนะนำเพิ่มเติม: หากผู้ดูแลยังใหม่กับการให้อาหารทางสายยาง ผมแนะนำให้จดบันทึก "ตารางการให้อาหาร" ไว้ครับ เช่น เวลาที่ให้, ปริมาณ, และอาการหลังได้รับอาหาร (เช่น อึดอัดไหม ถ่ายปกติไหม) ข้อมูลเหล่านี้จะมีประโยชน์มากหากต้องปรึกษาแพทย์ครับ